User Rating: 5 / 5

Star ActiveStar ActiveStar ActiveStar ActiveStar Active


50 Years of Thai Frozen Foods Association: Origin and Development


          Thai Frozen Foods Association: TFFA, previously known as Thai Marine Products Association, was established on 5 June 1968 with 12 founding member companies and Mr. Chalerm Pattamapong of Yannawa Cold Storage Co., Ltd. as its first president. The initial intention was to create confidence for importers of trade partner countries and later collaborations among its members on information, update, raw materials management, quality manufacturing process, worker welfares and product standards. The effort eventually led to trust among the importers enabling an increment of annual export volume. The first decade, 1968 – 1977, was therefore the time in which a solid foundation was laid to launch Thai frozen foods industry into the world market.

The second decade, 1978 – 1987, saw the government’s recognition on importance of marine product export as another source of foreign incomes. In that respect, the Association was supported while marine product exporters were required to be members. Consequently, in 1980, the export value increased to 6 -7 billion baht. In this decade, technology had also been implemented while each manufacturing step emphasized and strict to ensure excellent and consistent product quality for end customers. The name was also changed into Thai Fishery and Frozen Products Association responsive to the range of exporting products by its members.

            The third decade, 1988 – 1987, was considered a period of greatest expansion and growth of frozen foods industry with increased market expansion in Europe in addition to Japan and America. At the meantime, there were increasingly fierce competitions along with trade regulations focusing on critical point manufacturing and product qualities to ensure consumers’ safety. Subsequently, Hazard Analysis Critical Control Point: HACCP was implemented in the manufacturing process along with value-added for products; improvement of product forms; and joint cooperation and empowerment as member of North America Shrimp Exporter Group: NASEG to achieve bargaining power for stability of ocean freight and adequate containers availability for US and Canada destinations. It was in this decade that the Association name was changed to Thai Frozen Foods Association: TFFA, which remains up to the present. At the end of this decade, Thailand faced with economic crisis due to devaluation of the Baht, yet it created opportunity for the export of Thai frozen foods yielding increased revenues for the country.

            In the fourth decade, 1988 – 1997, TFFA had helped its members in the Anti-Dumping (AD) case as they were major exporters of shrimps to America as well as solved the shortage of shrimp breeder problem. At the meantime, the frozen food industry was still the major foreign revenue earner for Thailand. In that respect, TFFA laid down 3 strategies on standard, quality and environment with a vision aiming for ‘Thailand as World Leader in Frozen Foods Industry with Emphasis on Standard, Quality and Environment”. Freezing technology was developed along with contamination control and sanitary standard throughout the supply chain to ensure food safety through the application of Good Manufacturing Practice: GMP and Hazard Analysis Critical Control Point: HACCP in manufacturing process. The work focused on proactive strategy to propel Thailand as kitchen of the World and to achieve the desired vision.

            Nonetheless, the fifth decade, 2008 – 2017, was the period in which TFFA faced both domestic and foreign dilemmas such as Shrimp Early Mortality Syndrome: EMS leading to shortage of raw materials; strict child and forced labor regulations on importation of products and compliance with IUU regulations effective from 1 January 2010. TFFA, therefore, took up a role to be the focal point to resolve all the problems as well as support its members to comply with such international rules and regulations on Labour and IUU; develop primary processing plant (PPP) in accordance to EU’s sanitary directives; resolve effects from EMS in shrimps; collaborate with the public sector on issues of child and forced labour and human trafficking; set Good Labor Practice: GLP as per the standards of International Labor Organization: ILO; draw up master plan and campaign for sustainable fishery among its members and related parties; expand trade and fishery collaboration with neighboring countries; join force with the public sector in solving labour shortage crisis; and work together with the public and private sectors within the Thai Chamber of Commerce and Board of Trade of Thailand to promote aquaculture and support with the purchase of produce from collaborative farming practice under the civil state (Pracharath) network.

            Moving into the 6th decade, 2018 onwards, TFFA is still determined to lead all members and the frozen foods industry into the future with continuous development and enhanced strength. Among them are to promote and support implementation of technology and innovation for the benefits of the industry; and to create new product forms, in addition to value added, particularly in composite foods category to increase production capacity of frozen foods in greater variety to add value to domestic agricultural products responsive to the 20-year National Development Strategy and Thailand 4.0. TFFA will continue and carry on its part as one among the national economic driving forces to ensure potency and strength from grass root up to national level and to achieve the vision of TFFA in becoming a leader in frozen foods industry and Thailand as the kitchen of the World.



บทสรุป 50 ปีอุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็งไทย


สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เดิมชื่อ “สมาคมผู้ค้าสัตว์น้ำไทย” ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2511 จากจำนวนสมาชิกเริ่มต้นจำนวน 12 บริษัท โดยมีคุณเฉลิม ปัทมพงศ์ เจ้าของบริษัทห้องเย็นยานนาวา จำกัด เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก จุดเริ่มต้นของสมาคมฯเกิดจากการรวมตัวกันเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มผู้นำเข้าของประเทศคู่ค้า แล้วพัฒนาสู่การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน   ในหมู่สมาชิก ทั้งในเรื่องข้อมูล ข่าวสาร การจัดการวัตถุดิบ การคัดขนาด สุขอนามัยของคนงานและน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต มาตรฐานของสินค้า จนทำให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ประเทศผู้นำเข้า สามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกได้มากขึ้นในแต่ละปี ทศวรรษที่หนึ่ง (พ.ศ. 2511-2520) ของสมาคมจึงเป็นการก่อเกิดและวางรากฐานให้กับอุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็งของประเทศไทยในเวลาต่อมา


เมื่อเข้าสู่ทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2521-2530) รัฐบาลได้เห็นถึงความสำคัญของการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำว่าสามารถนำเงินตราเข้าสู่ประเทศได้ทางหนึ่ง จึงสนับสนุนและจัดระเบียบให้ผู้ส่งออกสัตว์น้ำแช่แข็งเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ทำให้มูลค่าการส่งออกในปี 2523 มูลค่าเพิ่มถึง 6,000-7,000 ล้านบาท ในทศวรรษนี้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้และให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนในการผลิตสินค้าสัตว์น้ำเพื่อได้คุณภาพที่ดีสู่ผู้บริโภค และมีการเปลี่ยนชื่อสมาคมเป็น “สมาคมผู้ค้าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและอาหารแช่เยือกแข็งไทย”เพื่อให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ของสมาชิกที่มีการส่งออก


ในทศวรรษที่สาม (พ.ศ. 2531-2540) นับว่าเป็นทศวรรษที่มีอัตราการขยายตัวและเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็งมากที่สุด มีการขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศยุโรปเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากตลาดหลักคือประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันก็เริ่มมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกฎระเบียบการค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการผลิตและคุณภาพของสินค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค มีการนำระบบ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) มาใช้ในกระบวนการผลิต มีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ การพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ การรวมกลุ่มสมาชิกเป็ฯ  NASEG (North America Shrimp Exporter Group) เพื่อต่อรองค่าระวางเรือ และในยุคนี้ได้มีการเปลี่ยนชื่อสมาคมฯ เป็น “สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย” ซึ่งใช้เรื่อยมาจนปัจจุบัน แม้ในตอนท้ายของทศวรรษนี้ประเทศไทยจะประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจจากการลดค่าเงินบาท แต่ก็เป็นโอกาสให้กับการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็งของไทยที่สามารถนำรายได้เข้าประเทศได้เพิ่มมากขึ้น


ในทศวรรษที่สี่ (พ.ศ. 2541-2550) สมาคมฯได้ช่วยเหลือสมาชิกจากกรณีถูกไต่สวนกรณีทุ่มตลาด (Antidumping)เนื่องจากการเป็นผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา มีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้ง ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่เยือกแข็งยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่นำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับหนึ่ง สมาคมฯจึงได้กำหนดกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านมาตรฐาน ด้านคุณภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม และได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “ประเทศไทยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็งของโลก โดยคำนึงถึงคุณภาพ มาตรฐาน และสิ่งแวดล้อม” มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการแช่เยือกแข็ง มีการควบคุมปริมาณสารปนเปื้อน มีการสร้างมาตรฐานสุขอนามัยตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิด Food Safety การนำระบบ GMP (Good Manufacturing Practice) และ HACCP มาใช้ในกระบวนการผลิต เน้นยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุก เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นครัวโลกและเพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้


ในทศวรรษที่ห้า (พ.ศ. 2551-2560) นับว่าเป็นทศวรรษที่อุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็งของไทยต้องเผชิญกับปัญหาทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ เช่น ปัญหาโรคกุ้งตายด่วน (EMS; Shrimp Early Mortality Syndrome ) ทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบ ความเข้มงวดจากการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานเด็กและแรงงานบังคับของประเทศคู่ค้า การต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ IUU ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้น สมาคมฯจึงต้องแสดงบทบาทในการแก้ปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนให้สมาชิกปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎกติกาของสากลทั้งในเรื่องแรงงาน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ IUU การพัฒนาสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น (ล้ง) ให้เป็นไปตามข้อบังคับด้านสุขอนามัยของสหภาพยุโรป การแก้ปัญหาผลกระทบจากการระบาดของโรคตายด่วน (EMS)ในกุ้ง การให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ การจัดทำแนวทางการปฏิบัติที่ดีด้านแรงงาน (GLP; Good Labor Practice) ตามมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO; International Labor Organization) การจัดทำแผนแม่บทและการรณรงค์การทำการประมงอย่างยั่งยืนให้กับสมาชิกและผู้เกี่ยวข้อง การให้ความร่วมมือทางด้านการค้าและการประมงกับประเทศเพื่อนบ้าน การให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการขาดแคลนแรงงาน การให้ความร่วมมือกับภาครัฐและหอการค้าไทยในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ภายใต้เครือข่ายประชารัฐ เป็นต้น


ในการก้าวสู่ทศวรรษที่หก (พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป) สมาคมฯ  ยังคงมีความมุ่งมั่นที่นำพาสมาชิกและอุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็งของไทยพัฒนาอุตสาหกรรมให้เข้มแข็ง ก้าวไกล อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนให้สมาชิกนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่อุตสาหกรรมนอกเหนือจากการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ยังต้องสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในกลุ่มสินค้าที่เรียกว่า Composite Foods ให้สอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 20 ปี และไทยแลนด์ 4.0 ดำรงบทบาทในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศชาติให้เข้มแข็ง แข็งแกร่ง ตั้งแต่ระดับเศรษฐกิจฐานรากจนถึงระดับประเทศ และเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของสมาคมฯในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็งและเป็นครัวของโลกต่อไป



92/6 ชั้น 6 ตึกสาธรธานี 2 ถนนสาทรเหนือ สีลม บางรัก กทม. 10500
โทรศัพท์ (662) 235-5622-4, (662)6369001-4
โทรสาร (662) 2355625
URL: www.thai-frozen.or.th
E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Our Phone

CALL US ON (662) 235-5622-4

Our E-mail


Our Location

Google map : 13.722827, 100.530781



Right Click

No right click